ประวัติปราสาทสัจธรรม

history-creator3 สัมผัสคุณธรรมที่สำแดงตนบนงานไม้แกะสลัก สูงสุดเสียดฟ้า วิจิตรงดงามดังเทพนฤมิต

ปราสาทสัจธรรมตั้งอยู่ที่แหลมราชเวช อ่าววงพระจันทร์ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ในเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ได้รับรางวัลประเภทรายการแหล่งท่องเที่ยวดีเด่น จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี พ.ศ. 2551 ปราสาทสัจธรรมเป็นอาคารที่สร้างด้วยไม้แกะสลักทั้งหลังเป็นทรงไทยจตุรมุข ด้านล่างของฐานเป็นลักษณะฐานสิงห์ ห้องโถงและหน้าต่างเปิดให้ลมและแสงสว่างเข้าออกทั้ง 4 ด้าน ศิลปะตบแต่งปราสาทเป็นศิลปะแนวความคิดใหม่ที่ผสมผสานกันตั้งแต่อยุธยาตอนต้นจนถึงศิลปะรัตนโกสินทร์ หลังคาซ้อนลดหลั่นกันสี่ด้าน ยอดเป็นสัญลักษณ์พระปรางค์ ยอดสูงทั้งสี่ด้านมีรูปแกะสลักลอยตัวสัญลักษณ์ของเทพยืนบนยอดทั้ง 4 ทิศ

history2

ตัวอาคารหลังมีขนาดความสูง 105 เมตร กว้างยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ 100 เมตร และทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 100 เมตร พื้นที่ในปราสาท 2,115 ตารางเมตร ภายในปราสาทมีประติมากรรมไม้แกะสลักที่วิจิตรพิสดารอยู่แทบทุกจุด และที่ใจกลางปราสาท เป็นห้องโถงใหญ่มีบุษบกทรงสถูปไม้แกะสลักสง่างามสื่อถึงสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้น

history4

โดยไม้ที่นำมาใช้ในการสร้าง ได้แก่ ไม้แดง ไม้ตะเคียน ไม้พันชาด ไม้เคียมคะนอง และไม้สักทอง ซึ่งล้วนเป็นไม้เนื้อแข็งที่สามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นพันตัน เป็นไม้ที่ได้มาจากสัมปทานประเทศเพื่อนบ้าน เสาเอกเป็นไม้ตะเคียนทองอายุ 600 ปี การเข้าไม้ของปราสาทใช้การยึดต่อไม้แบบโบราณในการเข้าเดือยตอกสลัก เข้าลิ่ม เข้าหางเหยี่ยวโดยไม่มีการใช้ตะปู

prasart-outside1

ก่อนถึงปราสาทสัจธรรมจะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นปราสาทสัจธรรมทั้งหลังที่มีพื้นหลังเป็นวิวทะเล ส่วนบริเวณรอบปราสาทสัจธรรมจะมีสวนหย่อม โรงแกะสลัก และร้านขายของที่ระลึก การเยี่ยมชมภายในปราสาทสัจธรรมจะมีหมวกนิรภัยให้สวมเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากปราสาทไม้สัจธรรมมีการจัดสร้างและซ่อมแซมอยู่โดยตลอด อาจมีชิ้นส่วนการก่อสร้างตกใส่ นอกจากนี้ยังมีมัคคุเทศน์คอยให้ข้อมูลอธิบายเกี่ยวกับปราสาทไม้สัจธรรมประมาณ 20 นาที จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชม และถ่ายภาพได้ตามอัธยาศัย

ปราสาทสัจธรรม เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวในโครงการ “มุมมองใหม่เมืองไทย” หรือ “Unseen in Thailand” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งได้กล่าวถึงปราสาทสัจธรรมว่า “จินตนาการที่ริมขอบฟ้า สูงตระหง่านดั่งภูเขาที่บรรจงสลักเสลา จากวัสดุเดียวคือ ไม้ ตั้งแต่ปลายฐานจนถึงปลายฟ้า ยิ่งใหญ่ดุจภูผาไม้เช่นนี้ ใครจะเชื่อว่า ช่างฝีมือไทย ไม่ใช้ตะปูตอกสักดอกเดียว” ปราสาทสัจธรรม มีประติมากรรมไม้แกะสลักที่วิจิตรพิสดารอยู่แทบทุกจุดของปราสาท ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายส่วน ดังนี้

prasart-outside2

ห้องโถงด้านทิศตะวันออก พ่อและแม่ (ความกตัญญูรู้คุณ)สื่อถึงประติมากรรมแกะลอยตัวเป็นรูปพ่อแม่ ผู้ก่อกำเนิดให้ชีวิตด้วยความรักเมตตา ห่วงใยต่อบุตรและธิดา ความรักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่และใสสะอาดบริสุทธิ์ เพราะมีแต่ให้ไม่หวังผล ความรักเมตตาของพ่อแม่จึงยิ่งใหญ่กว่าท้องฟ้าและผืนมหาสมุทร ดังนั้นความสัมพันธ์ของความเป็นมนุษย์ คือ ความมหัศจรรย์ของจิตวิญญาณ สามารถสั่งสอนถ่ายทอด การเรียนรู้ที่จะมีชีวิตได้ด้วยการมีความรัก ความเคารพ ความกตัญญูตอบแทนคุณต่อผู้มีอุปการะมากด้วยความดีความซื่อสัตย์ เพราะฉะนั้นความเป็นมนุษย์จึงแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกนี้อย่างมากมาย

history6

ห้องโถงด้านทิศตะวันตก ฟ้า ดิน (ธาตุ4)ภาพจำหลักที่แสดงถึงเรื่องการก่อกำเนิดของโลกที่ประกอบขึ้นด้วยมหาภูตะรูป หรือ ธาตุ 4 เริ่มแต่ปฐมกาล “ฟ้า (จักรวาล)” สื่อถึงธาตุลมและธาตุไฟในจักรวาล และ “ดิน” สือถึงธาตุน้ำและธาตุดิน เป็นสถานที่ที่เป็นแหล่งก่อกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง เรียกว่าสังขารโลก อันไม่เที่ยงเป็นทุกข์และไม่มีตัวตนแน่นอน และยังเป็นสิ่งสมมติขึ้น

history5

เทพผู้เป็นใหญ่ซึ่งครองธาตุทั้ง 4 คือ พระพรหม พระอิศวร และพระนารายณ์

  • พระอิศวร ซึ่งมีที่ประทับบนยอดเขาไกรลาส (ธาตุดิน) และทรงมีพระเนตรที่สามบนพระนลาฏ (หน้าผาก) เมื่อทรงลืมพระเนตรที่สามขึ้นจะทำให้เบื้องหน้าลุกเป็นไฟ (ธาตุไฟ)
  • พระนารายณ์ ทรงบรรทมอยู่เหนือขนดพญาอนันตนาคราช กลางเกษียณสมุทร (ทะเลน้ำนม) จึงทรงเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องน้ำ (ธาตุน้ำ)
  • พระพรหม ทรงหงส์อยู่กลางอากาศ จึงเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งนภาอากาศ (ท้องฟ้า) คือ ธาตุลม

เหนือมุขด้านนี้ ด้านบนจำหลักเป็นรูปพรหมพักตร์ขนาดใหญ่ พระพรหม ทรงเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งแห่ง “ตรีมูรติ” (พระพรหม, พระอิศวร, พระนารายณ์) ทรงเป็นสยมภู คือ กำเนิดขึ้นเอง นับถือกันว่า ทรงเป็นผู้สร้างโลกและให้กำเนิดสรรพสิ่งต่างๆ ในทางพุทธศาสนา ธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพรหม หรือของท่านผู้เป็นใหญ่ คือ พรหมวิหาร 4 ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

  history7

ห้องโถงด้านทิศเหนือ การพัฒนาสังคมและจิตวิญญาณสื่อถึงประติมากรรมและจำหลักความเชื่อของลัทธิเต๋า-ขงจื๊อ ที่แสดงถึงความมีคุณธรรมสูงส่งของพระโพธิสัตว์ในลัทธิพุทธมหายานมนุษย์แม้ว่าจะมีชาติกำเนิดที่แตกต่างกัน แต่ถ้ามุ่งมั่นเป็นคนดี ก็สามารถหลุดพ้นบ่วงกรรมโดยปลดปล่อยตัวจากสิ่งสมมติและกิเลศ ตัณหา อุปทาน แล้วเรียนรู้การเสียสละการแบ่งปันกันด้วยความรักซึ่งกันและกัน มนุษย์นั้นสามารถหลุดพ้นจากบ่วงแห่งกรรมได้เช่นกัน (หรือแก้ไขในพฤติกรรมไม่ดี โดยการประกอบบุญกุศลอันเป็นมงคล) ในด้านนี้บ่งบอกปรัชญาชาวพุทธลัทธิมหายานว่าศาสนาพุทธเป็นเหมือนยานพาหนะลำใหญ่ที่จะพาผู้คนข้ามพ้นวัฎจักรสงสาร การเวียน ว่าย ตาย เกิด ถึงแม้จะมีชาติกำเนิดต่างกันก็สามารถหลุดพ้นจากกรรมได้ด้วยการทำความดี

ห้องโถงด้านทิศใต้ ดวงดาว-พระอาทิตย์-พระจันทร์ ภาพจำหลักแสดงถึงพระอาทิตย์ พระจันทร์ และประติมากรรมลอยตัวรูปเทพเจ้าประจำดาวพระเคราะห์ที่โคจรอยู่บนฟากฟ้า ดวงดาวเหล่านี้มีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต ส่งผลต่อสรรพสิ่ง ทำให้เกิดการวิวัฒนาการและพฤติกรรมต่างๆ บนโลก เกิดความแตกต่างระหว่างสัตว์โลกกับมนุษย์ โดยความเป็นมนุษย์นั้นมีมโนธรรมสำนึก สามารถพัฒนาการชาติพันธุของตนเองและรู้จักแบ่งแยกผิดชอบชั่วดีได้ ยังเกื้อคุณประโยชน์ต่อโลกสืบไป เทวดาที่แสดงคุณอำนาจแก่มนุษย์และสังคมของมนุษย์เป็นประจำ คือ เทวดาประจำดาวพระเคราะห์ คติดอันเก่าแก่ของดาวนพเคราะห์ที่มีต่อชีวิตมนุษย์ กล่าวไว้ว่า

  • ดูยศศักดิ์อัครฐานให้ดูอาทิตย์
  • ดูรูปจริตให้ดูจันทร์
  • ดูกล้าขยันให้ดูอังคาร
  • ดูอ่อนหวานให้ดูพุธ
  • ดูปัญญาบริสุทธิ์ให้ดูพฤหัส
  • ดูโภคสมบัติให้ดูศุกร์
  • ดูโทษทุกข์ให้ดูเสาร์
   

ห้องโถงกลาง มหาบุษบก การหลุดพ้นซุ้มประตูไม้แกะสลักประตูใหญ่ทั้ง 4 ด้าน สัญลักษณ์ทางเข้าสู่จักรวาลหรือความหมายของอริยะสัจ4 ที่เป็นหัวใจในหลักคำสั่งสอนแห่งพุทธศาสนา และมหาบุษบกวิมานเป็นสัญลักษณ์สื่อความว่างเปล่าแห่งจักรวาลหรือนิพพาน เป็นดั่งศูนย์กลางในจักรวาล คือ สัจธรรมเที่ยงแท้ตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงจุดจบของโลกแห่งตัวตน

เจ้าของโครงการและออกแบบโดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์วันที่ก่อตั้ง วันที่ 13 สิงหาคม 2524 วัตถุประสงค์ เพื่อเชิดชูความสำคัญของศาสนาปรัชญา ว่าเป็นสิ่งสำคัญค้ำจุนโลกในมิติด้านจิตวิญญาณและความศรัทธาอันแรงกล้าในงานศิลปะ ที่สื่อถึงจริยธรรม – วัฒนธรรมอันดีงามของการสอนมนุษย์สร้างความดี ละความชั่ว

ลักษณะ เป็นอาคารที่สร้างด้วยไม้แกะสลักทั้งหลัง ทรงไทยจัตุรมุข (มหาปราสาท) ยอดสูงสุดตรง กลาง สูง 105 เมตร กว้าง – ด้านละ 100 เมตร ทั้ง 4 ทิศ

วัสดุ เป็นไม้เนื้อแข็งทั้งชิ้น เช่น ไม้ตะเคียนทอง ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้สักทอง ใช้ ผสมผสานกันในการก่อสร้าง การรักษาเนื้อไม้ ใช้น้ำยา ซี.ซี.เอ (ทองแดง,ตะกั่ว,สารหนู) โดยทั้งอาคารเป็นไม้ล้วนๆ ไม่มีตะปู แต่ใช้การเข้าเดือย ตอกสลักตอกลิ่ม และเข้าหางเหยี่ยว เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา ปรัชญา จริยธรรม อารยะธรรม วัฒนธรรมอันดีงามของชาวเอเชียตะวันออก ซึ่งสะท้อนถึงจริยะธรรม วัฒนธรรมหน้าที่ศีลธรรมในอดีตสู่รูปองค์เทพต่างๆ

Back to Top